รับแปลสัญญาและเอกสารทางกฎหมาย
บริการรับแปลสัญญาและเอกสารทางกฎหมาย ไทย–อังกฤษ และอังกฤษ–ไทย โดยพิจารณาความหมาย เงื่อนไข คู่สัญญา ศัพท์เฉพาะ และวัตถุประสงค์การใช้งานจากเอกสารจริงก่อนเริ่มงาน
เอกสารทางกฎหมายไม่ควรแปลจากคำศัพท์แยกทีละคำ เพราะคำเดียวกันอาจมีความหมายต่างกันตามประเภทสัญญา ระบบกฎหมาย และหน้าที่ของข้อความในเอกสาร ทีมงานจึงตรวจบริบทและรูปแบบเอกสารควบคู่กัน

ประเภทสัญญาและเอกสารทางกฎหมายที่รับพิจารณา
สัญญาทางธุรกิจและการค้า
เช่น สัญญาซื้อขาย สัญญาจ้างงาน สัญญาจ้างบริการ ข้อตกลงระหว่างบริษัท เงื่อนไขทางการค้า และเอกสารประกอบการทำธุรกรรม
สัญญาอสังหาริมทรัพย์และการเงิน
เช่น สัญญาเช่า สัญญาซื้อขายที่ดินหรืออาคาร สัญญากู้ยืม สัญญาค้ำประกัน และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการโอนหรือใช้ทรัพย์สิน
สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและข้อมูล
เช่น ข้อตกลงรักษาความลับ ข้อตกลงอนุญาตใช้สิทธิ สัญญาลิขสิทธิ์ และเอกสารกำหนดเงื่อนไขการใช้ข้อมูลหรือผลงาน
เอกสารทางกฎหมายประเภทอื่น
หากเอกสารไม่ตรงกับรายการข้างต้น สามารถส่งตัวอย่างหรือไฟล์ฉบับเต็มมาให้ตรวจสอบประเภท คู่ภาษา และขอบเขตงานก่อนได้
รายละเอียดที่ต้องรักษาในการแปลสัญญา
- ชื่อคู่สัญญา บริษัท ที่อยู่ เลขที่เอกสาร และวันที่
- คำจำกัดความ สิทธิ หน้าที่ เงื่อนไข และข้อยกเว้น
- ตัวเลข จำนวนเงิน หน่วยวัด ระยะเวลา และการอ้างอิงข้อสัญญา
- คำศัพท์เฉพาะทางธุรกิจ กฎหมาย การเงิน หรืออุตสาหกรรม
- ตาราง ลายเซ็น ตราประทับ ภาคผนวก และรูปแบบเอกสารที่ต้องคงไว้
จุดที่ควรตรวจเป็นพิเศษในเอกสารทางกฎหมาย
ข้อความในสัญญามักมีคำที่กำหนดความรับผิดชอบหรือเงื่อนไขการดำเนินการ เช่น shall, may, subject to, unless, including และ provided that การเลือกคำภาษาไทยจึงควรดูประโยคเต็มและความสัมพันธ์ระหว่างข้อกำหนด ไม่ควรใช้คำแปลเดียวกันโดยอัตโนมัติทุกบริบท
ควรตรวจชื่อคู่สัญญา เลขข้อ การอ้างอิงภาคผนวก วันที่ จำนวนเงิน และหน่วยเงินซ้ำอีกครั้งก่อนส่งมอบ โดยเฉพาะไฟล์ที่มีการคัดลอกจาก PDF หรือเอกสารสแกน เพราะอาจมีตัวเลขและเครื่องหมายที่อ่านคลาดเคลื่อนได้
คู่ภาษาและขอบเขตการใช้งาน
สำหรับเอกสารสัญญาภาษาจีน–ไทยหรือไทย–จีน สามารถดูบริการภาษาจีนสำหรับเอกสารสัญญาก่อนส่งไฟล์ให้ประเมินขอบเขตงาน
รองรับการพิจารณางานไทย–อังกฤษ อังกฤษ–ไทย และสอบถามคู่ภาษาอื่นตามประเภทเอกสาร หากต้องใช้คำแปลเพื่อยื่นหน่วยงาน ใช้ทำธุรกรรม หรือส่งให้คู่สัญญาต่างประเทศ ควรแจ้งวัตถุประสงค์และประเทศปลายทางตั้งแต่ตอนขอประเมิน
การรับรองคำแปลและการยื่นเอกสาร
การรับรองคำแปล การรับรองลายมือชื่อ การทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย หรือการรับรองรูปแบบเอกสารอาจมีเงื่อนไขแตกต่างกันตามหน่วยงาน ประเทศ และประเภทเอกสาร จึงไม่ควรถือว่าคำแปลทุกฉบับใช้รูปแบบการรับรองเดียวกัน
หากมีแบบฟอร์ม คำสั่ง หรือข้อกำหนดจากหน่วยงานปลายทาง ควรแนบมาพร้อมไฟล์ เพื่อให้ตรวจสอบขอบเขตงานและรูปแบบที่ต้องจัดเตรียมได้ตรงขึ้น
งานแปลเพื่ออ่านทำความเข้าใจกับงานแปลเพื่อยื่นหน่วยงาน
หากใช้เพื่ออ่านทำความเข้าใจหรือสื่อสารภายใน อาจเน้นความชัดเจนของภาษาและความสอดคล้องกับต้นฉบับเป็นหลัก หากใช้ยื่นหน่วยงาน ควรระบุรูปแบบเอกสาร ลายมือชื่อ ตราประทับ สำเนา และข้อกำหนดการรับรองให้ครบตั้งแต่ต้น เพราะขั้นตอนเพิ่มเติมอาจแตกต่างกันตามปลายทาง
ขั้นตอนการรับแปลเอกสารทางกฎหมาย
- ส่งไฟล์และแจ้งคู่ภาษา ส่งไฟล์ฉบับเต็มหรือหน้าตัวอย่างที่อ่านได้ชัดเจน
- แจ้งวัตถุประสงค์ ระบุว่าจะใช้เพื่อธุรกิจ ยื่นหน่วยงาน ทำธุรกรรม หรือสื่อสารภายใน
- ตรวจขอบเขต พิจารณาจำนวนหน้า ศัพท์เฉพาะ ตาราง รูปแบบไฟล์ และเงื่อนไขการรับรอง
- ยืนยันรายละเอียดก่อนเริ่ม แจ้งราคาและกำหนดส่งเบื้องต้นตามไฟล์จริงและคิวงาน
- แปลและตรวจทาน ตรวจความสอดคล้องของคำศัพท์ ตัวเลข ข้ออ้างอิง และรูปแบบตามขอบเขตที่ตกลง
ข้อมูลที่ควรส่งเพื่อประเมินงาน
- ไฟล์สัญญาหรือเอกสารทางกฎหมายฉบับเต็ม
- ภาษาต้นฉบับและภาษาที่ต้องการ
- ประเทศหรือหน่วยงานปลายทาง ถ้ามี
- รูปแบบไฟล์ที่ต้องการรับคืนและความต้องการจัดหน้า
- กำหนดวันที่ต้องการใช้เอกสาร
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการแปลสัญญา
แปลสัญญาอย่างเดียวหรือช่วยตรวจเนื้อหากฎหมายด้วย?
ขอบเขตหลักคือการแปลและตรวจความสอดคล้องของภาษา ไม่ใช่การให้คำปรึกษาหรือรับรองผลทางกฎหมาย หากต้องการความเห็นทางกฎหมายควรปรึกษาทนายหรือผู้มีอำนาจตามเขตอำนาจที่เกี่ยวข้อง
ต้องส่งต้นฉบับจริงหรือไม่?
การประเมินเบื้องต้นอาจเริ่มจากไฟล์สแกนหรือไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ที่อ่านได้ แต่เงื่อนไขการใช้ต้นฉบับและการรับรองต้องพิจารณาตามหน่วยงานปลายทาง
ราคาแปลสัญญาคิดจากอะไร?
พิจารณาจากคู่ภาษา จำนวนหน้า ความซับซ้อน ศัพท์เฉพาะ รูปแบบไฟล์ การจัดหน้า และกำหนดส่ง จึงควรส่งไฟล์จริงเพื่อประเมิน
รับงานด่วนหรือไม่?
สามารถแจ้งกำหนดการได้ ทีมงานจะตรวจจำนวนหน้า ความซับซ้อน และคิวงานก่อนแจ้งความเป็นไปได้
