การรับรองเอกสารกับการรับรองคำแปลต่างกันอย่างไร
ผู้ใช้บริการมักสับสนระหว่างการแปลเอกสาร การรับรองคำแปล และการรับรองเอกสาร หน้านี้แยกขั้นตอนและข้อมูลที่ควรตรวจเพื่อช่วยวางแผนการยื่นเอกสาร
สารบัญเนื้อหา
เลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับปัญหาหรือเอกสารของคุณได้จากรายการนี้
- ขั้นตอนที่หนึ่ง: แปลเอกสาร
- ขั้นตอนที่สอง: รับรองคำแปล
- ขั้นตอนที่สาม: รับรองเอกสาร
- Checklist ก่อนเดินทางไปยื่นเอกสาร
ขั้นตอนที่หนึ่ง: แปลเอกสาร
เริ่มจากอ่านต้นฉบับ ระบุภาษาปลายทาง และจัดทำคำแปลให้ข้อมูล ชื่อ วันที่ ตัวเลข และรูปแบบสอดคล้องกับต้นฉบับ หากมีศัพท์เฉพาะหรือชื่อที่ต้องใช้ตามเอกสารเดิมควรแจ้งก่อนเริ่ม
ขั้นตอนที่สอง: รับรองคำแปล
การรับรองคำแปลเป็นการดำเนินการตามรูปแบบของผู้ให้บริการหรือผู้มีอำนาจลงนามตามที่หน่วยงานปลายทางกำหนด รายละเอียดตรา ลายมือชื่อ และถ้อยคำรับรองควรตรวจเป็นกรณี
ขั้นตอนที่สาม: รับรองเอกสาร
การรับรองเอกสารอาจเกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐ สถานทูต หรือหน่วยงานของประเทศปลายทาง ไม่ใช่ขั้นตอนเดียวกับการแปล จึงควรตรวจว่าต้องรับรองต้นฉบับ สำเนา หรือคำแปล และต้องดำเนินการที่ใด
Checklist ก่อนเดินทางไปยื่นเอกสาร
- ชื่อและเลขที่เอกสารตรงกันทุกฉบับ
- วันหมดอายุของเอกสารยังใช้ได้
- ทราบหน่วยงานและเวลารับเอกสาร
- มีต้นฉบับหรือสำเนาตามที่กำหนด
- มีคำแปลและการรับรองในรูปแบบที่หน่วยงานร้องขอ
บริการและเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ขอให้ช่วยตรวจขั้นตอนการรับรอง
ส่งรายการเอกสารและข้อกำหนดปลายทางมาให้ทีมงานช่วยแยกขอบเขตงาน
การแปลเสร็จแล้วถือว่าเอกสารได้รับการรับรองทันทีไหม?
ไม่เสมอไป การรับรองเอกสารและการรับรองคำแปลเป็นคนละขั้นตอน ต้องตรวจข้อกำหนดปลายทาง
ควรเริ่มจากหน่วยงานใดก่อน?
เริ่มจากตรวจรายการเอกสารและข้อกำหนดของหน่วยงานผู้รับก่อนสั่งงาน
